วังบางขุนพรหม วังที่มีอายุมากกว่า 100 ปี

บางขุนพรหม

วันนี้จะพาไปเที่ยวชม วังบางขุนพรหม ที่มีอายุมากกว่า 100 ปีมาแล้ว ปีมาแล้ว ปัจจุบันได้มีการเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ให้ประชาชนได้เข้าเที่ยวชมความสวยงาม ของวังแห่งนี้ จะเป็นอย่างไรบ้างไปชมกันเลย

ลักษณะทั่วไปของ วังบางขุนพรหม

 

วังบางขุนพรหม

วังบางขุนพรหมมีลักษณะสถาปัตยกรรมยุโรป มีโครงสร้างที่ก่อด้วยอิฐ ฉาบด้วยปูน โครงสร้างของหลังคาทำจากไม้เนื้อแข็ง โดยในส่วนของหลังคานั้นจะเป็นหลังคา 2 ชั้นซ้อนกัน ชั้นซ้อนกัน โดยในแต่ละชั้นจะมีความลาดเอียงหลังคาไม่เท่ากัน และหลังคามุงด้วยกระเบื้องว่าว

จุดที่เป็นเอกลักษณ์ของวังบางขุนพรหม ที่มีความสวยงามโดดเด่น คือส่วนตำหนักใหญ่ เนื่องจากมีการประดับตกแต่งบริเวณผนังปูนปั้นด้วยลวดลายอันวิจิตร ซึ่งเป็นลวดลายสถาปัตยกรรมตะวันตก ของช่วงสมัยต่างๆ ที่เรียกว่าสถาปัตยกรรมแบบบาโรกและโรโกโก ที่นำมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว

การตกแต่งภายในห้องต่างๆนั้น จะมีความสอดคล้องกัน ซึ่งจะมีการใช้ปูนปั้น ประดับตกแต่งตามขอบประตูและช่องรับแสง ซึ่งจุดที่โดดเด่นที่สุด นั่นก็คือ บานประตูไม้ที่มีการแกะสลักลายเส้นบริเวณตรงกลางของลูกฟักไม้ ส่วนในช่องแสงและบริเวณฝ้าเพดานก็จะมีการตกแต่งประดับประดาด้วยแผ่นไม้ลายฉลุ ที่ลายเส้นจะเขียนด้วยสีทองเพื่อเป็นการเน้นลวดลายนอกจากนี้พื้นของห้องต่างๆ จะปูด้วยไม้สักและมีการขัดมัน

 

 วังบางขุนพรหม เปิดให้เข้าชม

โดยภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ได้สิ้นพระชนม์ลง จึงได้ ใช้วังบางขุนพรหมเป็นสถานที่ตั้งทำการของกลุ่มยุวชนทหาร สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ และอีกหลายๆหน่วยงานของทางราชการ จนกระทั่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีการเช่าวัง เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำการธนาคาร

ต่อมา ในปีพุทธศักราช 2502 ทางธนาคารได้มีการจัดซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่างๆภายในวังบางขุนพรหม โดยมีมูลค่าทั้งหมดประมาณเกือบ 40 ล้านบาท และในปัจจุบันได้มีการแปรเปลี่ยนจากธนาคาร เป็นพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนได้สามารถเข้าไปเที่ยวชมวังที่สวยงามแห่งนี้ได้

ภายในวังบางขุนพรหมมีการจัดแสดงห้องที่สำคัญ ดังต่อไปนี้

1. ห้องธนบัตรไทย ภายในมีการจัดแสดงเกี่ยวกับ การใช้เงินแบบกระดาษของประเทศไทย โดยจะจัดแสดงในรูปแบบว ิวัฒนาการของระบบเงินตราไทย ตั้งแต่มีการออกเป็นหมาย บพระราชทานเงินตรา อัฐกระดาษ บัตรธนาคาร และตั๋วเงินกระดาษ จนกระทั่งเป็นธนบัตรที่เราใช้กันในปัจจุบันนี้

เรื่องเล่าวังบางขุนพรหม

2. ห้องเปิดโลกเงินตราไทย ภายในมีการจัดแสดงเกี่ยวกับวัตถุโบราณในยุคก่อนประวัติศาสตร์ เช่น ลูกปัดดินเผาบ้านเชียง ขวานหิน ขวานสำริด หม้อบ้านเชียง และกำไลหิน เป็นต้น โดยมีการสันนิษฐานว่า สิ่งของเหล่านี้เคยถูกใช้เป็นของมีค่าในการนำมาแลกเปลี่ยนสินค้ากัน เนื่องจากในยุคก่อนประติศาสตร์ยังไม่มีการสร้างเงินตราใช้กัน

โดยภายในห้องนี้นอกจากจะมีการนำเงินตราของไทยมาจัดแสดงแล้ว ยังมีการนำเงินตราจากอาณาจักรใกล้เคียงต่างๆ อย่างเช่น อาณาจักรล้านนา ที่มีการพบหลักฐานบ่งชัดว่าเคยนำเงินเข้ามาใช้ในประเทสไทย โดยบางส่วนของในห้องนี้จะนำเสนอในรูปแบบอนิเมชั่น

3. ห้องประวัติและการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา และการทำงานของธนาคารประเทศไทย ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2485 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน โดยจะนำเสนอผ่านทางอนิเมชั่น และผ่านทางกิจกรรม ต่างๆภายในห้อง นอกจากนี้ภายในห้องยังมีการจัดแสดงเกี่ยวกับการเชิดชูเกียรติ ที่จะแสดงถึงวัตถุสิ่งของที่ระลึก จากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในแต่ละท่าน
4. ห้องธนบัตรต่างประเทศ ภายในจะให้ชมวิดีทัศน์ เกี่ยวกับความรู้เรื่องธนบัตรต่างๆจากประเทศทั่วโลก โดยมีการจัดแสดงธนบัตรต่างๆภายในตู้กระจก ที่ทุกคนจะสามารถเดินชมได้ทั้งสองด้านของธนบัตร ธนบัตรทั้งหมดจะอยู่ในกลุ่มประเทศที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก

 

วังบางขุนพรหม เดินทาง
5. ห้องสีชมพู ห้องที่มีความสวยงามอย่างมากในอดีตเคยใช้เป็นห้องท้องพระโรง เพื่อใช้เป็นสถานที่ต้อนรับอาคันตุกะ ซึ่งภายในห้องจะมีการตกแต่งโดยการใช้สีชมพูทั้งหมด ประดับตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นทั่วทั้งผนังห้อง โดยจะเน้นไปที่สีทอง รวมถึง ในส่วนของกรอบประตูหน้าต ่าง และฝ้าเพดานด้วย
6. ห้องสีน้ำเงิน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงเคยอยากให้ห้องนี้เป็นที่ต้อนรับอาคันตุกะ แต่ในขณะนี้พรุ่งนี้ได้กลายเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
7. ห้องวิวัฒนไชยานุสรณ์ ในอดีตนั้นเป็นห้องบรรทม ต่อมาธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ใช้เป็นห้องทำงานของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
8. ห้องประชุมเล็ก ในอดีตใช้เป็นสถานที่เก็บเครื่องดนตรี ต่อมาทางธนาคารได้มีการปรับปรุงใช้เป็นห้องประชุม ซึ่งภายในห้องมีรูปหล่อครึ่งตัวของอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คนที่ 7 ที่มีชื่อว่า ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์

วันและเวลาในการเข้าชม
เปิดบริการวันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. และ 13.00-16.00 น. ยกเว้นวันหยุดธนาคาร
ทั้งนี้วันจันทร์-วันอังคาร เปิดให้เข้าชมเป็นรายบุคคล ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า แต่ในช่วงวันพุธ-วันศุกร์ สำรองไว้สำหรับการขอเข้าชมเป็นหมู่คณะ
ทั้งนี้ควรติดต่อสอบถามเพื่อแจ้งความประสงค์เข้าชม ไม่น้อยกว่า 3 สัปดาห์ จะดีกว่า เพื่อจองวันและเวลา ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0-2283-5286, 0-2283-6723, 0-2283-6152