วังสวนผักกาด แหล่งท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร

วังสวนผักกาด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในกลางเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ

ประวัติวังสวนผักกาด

วังสวนผักกาด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในกลางเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างที่มีความเก่าแก่ซึ่งยังคงสภาพสมบูรณ์

ข้อมูลทั่วไปของ วังสวนผักกาด

 

วังสวนผักกาด 

ก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยปีพุทธศักราช 2495 ตัวปัจจุบันได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจได้เข้าชม เนื่องจากภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีสิ่งต่างๆที่จะบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเมืองหลวงกรุงเทพฯและความเป็นมาของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

เมื่อนักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบเรียบง่ายภายในพิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาดจะทำให้พบกับความร่มรื่นของธรรมชาติโดยรอบรวมไปถึงสิ่งก่อสร้างที่ได้มีการดูแลรักษามาเป็นอย่างดีและยังคงสิ่งก่อสร้างเดิมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเพื่อให้ได้บรรยากาศของความดั้งเดิมซึ่งเป็นศิลปะวัฒนธรรมของประเทศไทยในอดีตถือเป็นการอนุรักษ์โบราณวัตถุของไทยให้คงอยู่ด้วยชนรุ่นหลังได้ศึกษาเล่าเรียนและสามารถเชื่อมโยงอดีตมาถึงปัจจุบันได้

ที่พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาดนี้เคยเป็นที่ประทับของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต อดีตผู้อำนวยการสภากาชาดไทยและ หม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร (เทวกุล) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับในช่วงวันหยุดพักผ่อนสุดสัปดาห์จากการทรงงานแล้วต้องการหาแหล่งพักผ่อนที่ไม่ไกลจากตัวจังหวัดกรุงเทพมหานคร

พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด

ต้องการธรรมชาติซึ่งในสมัยนั้นเมืองหลวงเริ่มมีการเจริญก้าวหน้าและมีตัวละครช่องมากมายทำให้และการพักผ่อนทางธรรมชาติหายากซึ่งพระองค์ไม่ต้องการที่จะเดินทางไปพระตำหนักในต่างจังหวัดเพราะคนทางค่อนข้างไกลและพระองค์ยังมีงานมากมายที่ต้องทำเกี่ยวกับงานสภากาชาดไทย

ปัจจุบันวังสวนผักกาดได้หรือสะพานที่รวบรวมศิลปะและโบราณหลวงปู่ต่างๆส่วนมากเป็นข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต และ หม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร (เทวกุล) ส่งของแต่ละชิ้นถือว่าเป็นโบราณวัตถุที่มีความสวยงามและคุณค่าทางจิตใจของชาวไทย มีการส่งต่อนักสืบทอดศิลปะในการสร้างสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้หรือสิ่งก่อสร้างบ้านเรือน และโบราณวัตถุที่ได้นำมาจากพื้นที่อื่นอย่างบ้านเชียงจังหวัดอุดรธานีรวบรวมไว้ในห้องจัดแสดง

รวมไปถึงบริเวณโดยรอบของพิพิธภัณฑ์นั้นยังมีองค์ประกอบมากมายที่เป็นของโบราณมีอายุมาจากอดีตจนถึงปัจจุบันซึ่งในการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีจะมางานราชการ แต่ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาดก็ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจได้เข้าชม และศึกษาประวัติศาสตร์ รวมไปถึงโบราณวัตถุต่างๆที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีต

การจัดแสดงไว้ในเขตพื้นที่ของวังสวนผักกาดทั้งหมด 8 หลังดังนี้

 

พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด เปิดเวลา

• ห้องที่ 1 เป็นเรือนไทยที่จะแสดงพระรูปของราชวงศ์ไทยซึ่งเป็นรูปที่ถ่ายขึ้นในสมัยก่อนและยังมีเครื่องดนตรีไทยชนิดต่างๆที่เป็นของโบราณที่สืบทอดกันมาว่าจะเป็นซอสามสายระนาดเอก และกลองโบราณก็ตามนอกจากนี้ยังมีประติมากรรมเทวรูปที่บ่งบอกถึงความเชื่อของคนในอดีต
• ห้องที่ 2 ส่วนจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต และ หม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร (เทวกุล) และยังมีเครื่องประดับต่างๆที่ใช้ตกแต่งบ้านเรือนอย่างงาช้างแกะสลักลายไทยผ่านประดับมุกประดับงาช้างฯลฯรวบรวมไว้ที่ส่วนกลางจะแสดงห้องที่ 2 แห่งนี้
• ห้องที่ 3 เป็นส่วนการจัดแสดงเกี่ยวกับข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ไม่ว่าจะเป็นเครื่องถมเงินและถมทอง รวมไปถึงภาชนะเบญจรงค์ที่มีความงดงาม ซึ่งมีมูลค่าสูงเป็นอย่างมากในปัจจุบันหาชมได้ยาก
• ห้องที่ 4 เก็บรวบรวมหินสวยงามและเป็นที่แปลกแตกต่างจากหินในประเทศไทยที่นำเข้ามาจากต่างประเทศซึ่งน้อยคนที่จะรู้จักหินเหล่านี้ และนอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงพระพุทธรูปสำริดต่างๆซึ่งได้มีการบ่งบอกข้อมูลว่าพระพุทธรูปแต่ละองค์นั้นได้มาจากสมัยใดบ้างซึ่งแน่นอนว่ามีความเก่าแก่เป็นอย่างมากและพระพุทธรูปดังกล่าวมีอายุหลายร้อยปีตั้งแต่สมัยทวารวดีมาตลอดจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

 

วังสวนผักกาด แต่งกาย

• ห้องที่ 5 จัดแสดงเครื่องเงินและเครื่องทองประเภทต่างๆซึ่งเป็นของสะสมในทูลกระหม่อมในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต ที่พระองค์ทรงสะสมไว้โดยของทุกชิ้นเป็นของที่หายากและมีความเก่าแก่เป็นอย่างมากโดยเฉพาะตุ๊กตาสังคโลกดินเผาและเหรียญกษาปณ์ที่มีความเก่าแก่ตั้งแต่ยุคแรกๆ ที่ประเทศไทยใช้เหรียญเหล่านี้ในการแลกเปลี่ยน รวมไปถึงเหรียญของต่างประเทศ
• ห้องที่ 6 จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาสมัยโบราณทั้งของไทยและของประเทศจีนซึ่งลวดลายต่างๆที่มีการผสมผสานและสร้างขึ้นในอดีตและเป็นของสะสมที่เก่าแก่เป็นอย่างมาก
• ห้องที่ 7 จัดแสดงเกี่ยวกับบริบทของศิลปวัฒนธรรมที่เราพบเห็นและได้ยินกันอยู่บ่อยๆนั่นคือศิลปะกรรมของคนในเรื่องรามเกียรติ์ รวมไปถึงศิลปกรรมในแขนงต่างๆที่ได้มีการจัดแสดงไว้ไม่ว่าจะเป็นกรรมปฏิมากรรมวรรณกรรมและวรรณคดีรวมไปถึงการจำลองเรื่องราวรามเกียรติ์ที่ได้มีการใช้ตุ๊กตามีการจำลองศิลปกรรมกรรมเหล่านั้น
• ห้องที่ 8 เป็นห้องที่ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ในการเก็บรวบรวมวัตถุโบราณจากบ้านเชียง ซึ่งเป็นยุคที่มีความเก่าแก่ในเครื่องของเครื่องปั้นดินเผากำไลสำริดหัวขวานรวมไปถึงลูกปัดโบราณต่างๆ และนอกจากนี้ยังมีซากฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กซึ่งเป็นสัตว์โบราณและสัตว์หายากรวบรวมไว้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาโดยไม่ต้องเดินทางไปไกล

และนอกจากนี้ยังมีหอเขียนซึ่งเป็นหอที่เก็บภาพวาดที่เรียกว่าขึ้นจากศิลปินในสมัยก่อนถือเป็นศิลปะที่มีการสืบทอดมาอย่างยาวนานของประเทศไทยนั่นคือหอเขียนลายรดน้ำเป็นหอเขียนที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในพิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาดแห่งนี้

ซึ่งภาพเขียนนี้ได้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา ที่เกี่ยวข้องกับองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และขอเขียนแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่เจ้านายในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ใช้เป็นที่ทำงานอีกด้วย

อัตราค่าบริการในการเข้าชม
นักท่องเที่ยวชาวไทย 50 บาท ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 100 บาท
เวลาเปิดทำการ
เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุด เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึง 16.00