วัดป่าภูก้อน

วัดป่าภูก้อน ถือเป็นที่เที่ยวที่ขึ้นชื่อและมีชื่อเสียงมากมายของจังหวัดอุดรธานี ที่มใครไม่เที่ยวหรือไปทำธุระแล้วไม่แวะจะถือว่าพลาดมากเลยทีเดียว วัดป่าภูก้อนนี้ทั่งนี้เงียบและสงบ บรรยากาศก็ดีค่อนข้างฃมากเลยทีเดียว น่าไปเที่ยวชมยิ่งนักวัดป่าภูก้อนนี่มาก เพราะมีวิวทิวทัศน์ก็ช่างจะชิวสบายลูกตาของเรา

วัดป่าภูก้อน ถือเป็นที่เที่ยวที่ขึ้นชื่อและมีชื่อเสียงมากมายของจังหวัดอุดรธานี ที่มใครไม่เที่ยวหรือไปทำธุระแล้วไม่แวะจะถือว่าพลาดมากเลยทีเดียว วัดป่าภูก้อนนี้ทั่งนี้เงียบและสงบ บรรยากาศก็ดีค่อนข้างฃมากเลยทีเดียว น่าไปเที่ยวชมยิ่งนักวัดป่าภูก้อนนี่มาก เพราะมีวิวทิวทัศน์ก็ช่างจะชิวสบายลูกตาของเรา

ผู้คนที่วัดป่าภูก้อนก็เป็นมิตร มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีจิตใจที่ดีงามคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ เพื่อความสะดวกสบายและให้ข้อมูลตรงส่วนที่เรายังไม่รู้จักกันเป็นอย่างดี แน่นอว่าใครที่ได้มาเที่ยยวที่นี่จะต้องถูกใจและประทับใจแน่นอน เพราะสถานที่ก็สวยงามงามท่ามกลางธรรมชาติ ที่น่าสนใจน่าสัมผัสยิ่งนัก

วัดป่าภูก้อน

วัดป่าภูก้อน ปิดกี่โมง

ถ้าหากใครที่ยังไม่รู้จักสถานที่เที่ยวแบบวัฒนธรรมที่สวยงามของวัดป่าภูก้อน ถือว่าถืองามมาก ๆ ซึ่งสถานที่ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม ท้องที่บ้านนาคำ ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี อันเป็นรอยต่อแผ่นดิน 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย เกิดขึ้นจากพุทธบริษัท ที่ตระหนักถึงคุณประโยชน์ของธรรมชาติและป่าต้นน้ำลำธาร ซึ่งกำลังถูกทำลายและเพื่อตามรอยพระยุคลบาท

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการรักษาความสมบูรณ์ของป่าไม้ต้นน้ำลำธาร สัตว์ป่า และพรรณไม้นานาพันธุ์ ให้เป็นมรดกของลูกหลานไทยคู่กับแผ่นดินไทย วัดป่าภูก้อน จะเป็นสถานที่ที่สงบเหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาของพระสายกรรมฐาน พระวิหารที่สวยงามสะดุดตาของวัดป่าภูก้อน ได้รับออกแบบวิศวกรรมโครงสร้าง องค์พระพุทธรูปหินอ่อน พระวิหาร ศาลารายและอาคารรอบลานเขา โดยพระวิหารมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรม

ไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ มีประตูทางเข้าออกวิหาร 3 ด้าน ภายในถูกตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา แฝงไปด้วยเรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้า รอบผนังภายในวิหารตกแต่งอย่างสวยงามด้วย ภาพพุทธประวัติและภาพทศชาติ ตกแต่งเป็นภาพปั้นนูนต่ำหล่อด้วยทองแดงจำนวน 22 ช่อง ซึ่งเป็นภาพของพระพุทธเจ้าในองค์ชาติต่าง ๆ 10 ชาติเป็นการสื่อความหมายถึงการสั่งสมบารมีด้วยความพรากเพียร และความเสียสละของพระองค์

วัดป่าภูก้อน ปฏิบัติธรรม

ในทุก ๆ ชาติ โดยด้านบนของทุกภาพ แกะสลักบทสวดอิติปิโสช่องละท่อนด้วยสีเขียวเข้มบนหินอ่อนขาวถือเป็นผนังพระวิหารที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ซึ่งภายในวัดมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุ ในพระเกศพระร่วงโรจน์ศรีบูรพา ซึ่งเป็นประธานประดิษฐานหน้าองค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์มีพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนสีขาว ความยาว 20 เมตร สร้างด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลี

ที่นำมาเรียงซ้อนกันถึง 42 ก้อน ซึ่งเป็นหินขาวอ่อนที่มีความสวยงามและทนทานมากที่สุด ใช้ระยะเวลาในการสร้างถึง 6 ปี สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา ในปี 2554 คณะพุทธบริษัทวัดป่าภูก้อนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จึงมีการจัดสร้างพระพุทธไสยาสน์องค์นี้ขึ้น ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ทางพุทธศิลป์แห่งรัชกาลที่ 9

นอกจากพระวิหารและพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนีที่เป็นจุดเด่นของวัดป่าภูก้อนแล้ว ยังมี พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ ที่อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกันถัดมาทางด้านล่างก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และรูปปั้นหินอ่อนของเหล่าเกจิอาจารย์ชื่อดังของประเทศไทย ซึ่งมีศิษยานุศิษย์อยู่มากมาย โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเดินทางขึ้นบันไดยาวเพื่อเข้ามายังเจดีย์เพื่อเข้าไปสักการะบูชา

ประวัติวัดป่าภูก้อน

ทางขึ้นวัดป่าภูก้อน

ซึ่งในปี พ.ศ. 2527 พระเดชพระคุณหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ได้เมตตาปรากฏในทิพยนิมิต สั่งให้ไปธุดงค์ทางภาคอีสานเป็นเวลา 10 วัน คุณปิยวรรณและคุณโอฬาร วีรวรรณ พร้อมคณะได้เดินทางมาธุดงค์แถบจังหวัดสกลนครและอุดรธานี เกิดความเลื่อมใสในปฏิปทาของพระป่า จึงได้เข้าช่วยเหลือท่านพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก สำนักสงฆ์บ้านนาคำน้อย ในการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จัดตั้งเป็นวัดป่านาคำน้อย

และปลูกป่าทดแทนฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมกว่า 750 ไร่ อย่างถูกต้องตามระเบียบของกรมป่าไม้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติธรรมและอยู่อาศัยของพระสงฆ์ จากนั้นท่านพระอาจารย์อินทร์ถวายได้พาไปดูป่าภูก้อนที่กำลังถูกสัมปทานตีตราตัดไม้ คณะศรัทธาจึงได้ตัดสินใจสร้างวัด โดยกราบอาราธนาท่านพระอาจารย์ชาลี ถิรธัมโม ปัจจุบันเป็นพระครูจิตตภาวนาญา เป็นประธานและขวัญกำลังใจในการก่อสร้าง และได้ทำเรื่องขอใช้

ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาตินายูง-น้ำโสม เพื่อสร้างวัดในเนื้อที่ 15 ไร่ จากกรมป่าไม้ จนได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2530 ต่อมาได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกรมการศาสนา จนได้รับอนุญาตให้สร้างวัดในวันที่ 3 กรกฎาคม 2530 และมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการตั้งเป็น ‘วัดป่าภูก้อน’ ขึ้นในพระพุทธศาสนาเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2530 เพื่อรักษาบริเวณวัดให้คงสภาพป่าอย่างสมบูรณ์ คณะศรัทธาจึงพยายามอย่างหนัก

ที่จะขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่โดยรอบวัดด้วย ด้วยความเมตตากรุณาเป็นที่สุดของผู้ใหญ่ผู้มีพระคุณหลายท่านในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงมหาดไทย อันได้แก่ ท่านปลัดเถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์ ท่านปลัดจุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ท่านปลัดอนันต์ อนันตกูล ท่านอธิบดีจำนงค์ โพธิเสโร ที่เห็นคุณค่าของป่า และความตั้งใจจริงของคณะศรัทธาที่จะรักษาป่า จึงได้สนับสนุนช่วยเหลือจนเป็นผลสำเร็จ จนในที่สุด

เมื่อในวันที่ 22 มิถุนายน 2531 ได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติเพื่อจัดตั้งพุทธอุทยานมีซึ่งเนื้อที่ 1,000 ไร่ และได้รับขนานนามว่า พุทธอุทยานมหารุกขปาริชาติภูก้อน ซึ่งฃภายหลังยังได้รับความสนับสนุนจากอธิบดีกรมป่าไม้ อธิบดีกรมชลประทาน ท่านต่อ ๆ มา ตลอดจนท่านผู้ใหญ่ในกรมตำรวจ กองทัพบก กองทัพอากาศ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค องค์การโทรศัพท์ อีกหลายท่าน

การเดินทางไปวัดป่าภูก้อน

เจ้าอาวาสวัดป่าภูก้อน

การเดินทางเมื่อมาถึงอุดรธานี ให้ออกทางหลวงเส้นจังหวัดหนองคาย ไปถึงหลักกิโมลเมตรที่ 13 แยกซ้ายไป อ.บ้านผือ อ.นายูง จนถึง บ.นาคำใหญ่ จะมีทางเลี้ยวเข้าวัดป่าภูก้อน รวมแล้วระยะทางจากตัวเมืองอุดรธานี ถึงวัดป่าภูก้อน 125 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที รถทุกชนิดสามารถขึ้นได้ยกเว้นรถบัสคันใหญ่ต้องจิดไว้ตรงปากทางขึ้นแล้วใช้บริการรถสองแถวขึ้นไปยังวัด เสียค่าบริการ คนละ 20 บาท

สำหรับวัดป่าภูก้อนแห่งนี้ถือว่าเป็นวัดที่โดดเด่นอลังการสวยสดงามไม่เหมือนที่ไหนมาก ๆ แน่นอน และใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวแบบรักธรรมชาติ รักการทำบุญก็ต้องไม่พลาดกับวัดป่าภูก้อนแห่งนี้ไป เพราะท่านที่มาเที่ยวจะต้องชอบและติดใจมาก ๆ เลยทีเดียวไปเที่ยวแถมได้บุญเพิ่มไปอีกด้วยคุมมาก ๆ