เจดีย์หินทรายวัดป่ากุง

เจดีย์หินทรายวัดป่ากุง ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของภาคอีสาน วึ่งอยู่จังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็นวัดที่เงียบสงบร่มเย็น บรรยากาศโดยรอบเงียบสงั่นจึงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยว เพื่อต้องการความร่มเย็นความสงบเพื่อพักผ่อนจิตใจให้ร่มเย็น

วัดป่ากุง แผนที่

เจดีย์หินทรายวัดป่ากุง ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของภาคอีสาน วึ่งอยู่จังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็นวัดที่เงียบสงบร่มเย็น บรรยากาศโดยรอบเงียบสงั่นจึงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยว เพื่อต้องการความร่มเย็นความสงบเพื่อพักผ่อนจิตใจให้ร่มเย็น และภายในวัดยังมีความสวยงามวิจิตรตราที่น่าเยี่ยมชมมากที่สุด

และใครที่ได้ไปเที่ยวเจดีย์หินทรายวัดป่ากุงถือว่าคุ้มมาก ๆ ที่ได้มาเที่ยวที่วัดแห่งนี้ เพราะนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมจะต้องประทับใจมาก ๆ เพราะวัดแห่งนี้ช่างสวยนัก จุดเด่นของที่นี่คือเจดีย์จะมีลักษณะเหมือนของอินเดียไปทางนั่นมากกว่า และถ้าหากเที่ยวที่นี่เบื่อก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้เคียงเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมอีกด้วย

เจดีย์หินทรายวัดป่ากุง

วัดประชาคมวนาราม ป่ากุง อำเภอ ศรีสมเด็จ ร้อยเอ็

ถ้าหากเราจะพูดถึงเจดีย์หินทรายวัดป่ากุง หรือวัดประชาคมวนาราม ตั้งอยู่ใน อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นวัดที่ความงดงามค่อนข้างมาก สวยงามวิจิตรตรา ที่ดึงดูดความสนใจ เพื่อให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวกัน สิ่งมหัศจรรย์ที่สวยงามเป็นมีเจดีย์ขนาดใหญ่ ทำจากหินทรายธรรมชาติเป็นแห่งแรกในประเทศไทย นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนสถานที่สวยงามมาก ๆ เลย และยิ่งใหญ่โดยจำลองแบบ

การก่อสร้างมาจากบุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย โดยก่อสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ครบรอบ 90 ปี พรรษา 60 ที่มาของการก่อสร้างเจดีย์หิน คราวเมื่อพระเดชพระคุณหลวงปู่ศรี มหาวีโร พระเกจิอาจารย์ฝ่ายกัมมัฏฐานชื่อดังแห่งภาคอีสานได้ไปปฏิบัติศาสนกิจจำพรรษาที่ ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อ พ.ศ. 2531 ได้ไปนมัสการเจดีย์โบโรโดร์บรมพุทโธที่เกาะชวาอินโดนีเซียได้เห็นความใหญ่โตมโหฬารงดงาม

หลวงปู่เกิดความประทับใจมาก เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ได้นำเรื่องราวที่ได้ไปพบมาเล่าให้ศิษยานุศิษย์ฟังและดำริว่าจะสร้างไว้ที่เมืองไทย ต่อมาในปี พ.ศ.2535 หลวงปู่ได้สั่งให้พระอาจารย์มานะอตุโลนำพระอาจารย์ศักดิ์ชัย อภิวัฒโนและนายอนุวัตร บูรณะกรเป็ด เดินทางไปดูรูปแบบเจดีย์โบโรโดร์บรมพุทโธที่สวยงามสถาปัตยกรรมชั้นนำ 1 ใน 7 ของโลกซึ่งออกแบบสร้างสรรค์โดยช่างจากประเทศอินเดีย

มีภาพแกะสลักที่แสดงถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสมัยพระพุทธองค์และแสดงเหตุการณ์เกี่ยวกับประวัติของพระพุทธเจ้าตั้งแต่ปางต่าง ๆ ในอดีตชาติ และภาพแกะสลักนูนสูง นูนต่ำที่แสดงตำนานทางศาสนาอย่างสมบูรณ์แบบด้วยฝีมือที่ประณีตละเอียดอ่อนมาก ๆ เพื่อนำมาเป็น แบบอย่างในการก่อสร้างเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2547 มหาเจดีย์หินทรายสร้างด้วยแรงศรัทธาของคณะศิษยานุศิษย์ เสียสละกำลังกาย กำลังทรัพย์

เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความสมัครสมานสามัคคี เทิดทูนความดีที่หลวงปู่ศรีได้ประพฤติปฏิบัติและทำงานแข่งกับเวลาให้สำเร็จ เสร็จลงภายใน 2 ปี ซึ่งจัดพิธีสมโภชไปแล้วเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2549 ด้วยงบประมาณ 40 ล้านบาท เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมความสวยงามที่เลอร์ค่ามากที่สุด ที่สวยงามค่อนมากจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปเยือนอีกที่ของร้อยเอ็ดก็ว่าได้

มหาเจดีย์หินทราย มีทั้งหมด 7 ชั้น

ประวัติวัดป่ากุง ร้อยเอ็ด

ชั้นที่ 1 เป็นภาพแกะสลักหินทรายเหลืองนูนต่ำเล่าเรื่องราวซึ่งเป็นพระชาติสุดท้ายที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญทานบารมี

ชั้นที่ 2-3 เป็นภาพแกะสลักหินทรายเหลืองนูนต่ำ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติพระพุทธเจ้า

ชั้นที่ 4 ภาพแกะสลักหินทรายเหลืองนูนต่ำรูปชัยมงคลคาถา

ชั้นที่ 5 ผนังทรงกลมฐานรององค์เจดีย์ เป็นภาพสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน

ชั้นที่ 6 เป็นองค์เจดีย์ราย 8 องค์ และองค์เจดีย์ประธาน 1 องค์ และโดยเฉพาะชั้นที่ 7 ยอดเจดีย์ทองคำ น้ำหนักถึง 101 บาท และภายในองค์เจดีย์ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่นำมาจากประเทศอินเดียให้พุทธศานิกชนและนักท่องเที่ยวได้กราบไหว้บูชา ขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

วัดกลางมิ่งเมือง

เจ้าอาวาสวัดป่ากุง

วัดกลางมิ่งเมือง เดิมชื่อวัดกลาง เนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด บนถนนเจริญพาณิชย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยเป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างก่อนตั้งเมืองร้อยเอ็ด ในขณะนั้นอยู่ในการปกครองของขอมในสมัยของนายวิญญู อังคณารักษ์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดได้ขอพระราชทานยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ

ตั้งแต่วันที่26 พฤษภาคม พ.ศ.2508 ในอดีตเคยใช้วัดกลางมิ่งเมืองเป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำ พิพัฒน์สัตยา ส่วนในปัจจุบัน เป็นสถานที่ศึกษาปริยัติธรรมและ สถานที่สอบธรรมสถานชื่อโรงเรียนสุนทรธรรมปริยัติ สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนก ธรรมและบาลี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ.2413 และโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ ฝึกสอนเมื่อ พ.ศ.2514

บึงพลาญชัย

ประวัติ วัดป่ากุง

บึงพลาญชัย ตั้งอยู่บริเวณกลางเมืองร้อยเอ็ด ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด บึงพลาญชัย มีลักษณะเป็นเกาะอยู่กลางบึงน้ำ ขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 200,000 ตารางเมตร บึงพลาญชัยเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ตกแต่งประดับประดาเป็นสวนไม้ดอก ขนาดใหญ่ รวมทั้งมีการประดับตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ต่าง ๆ จึงเกิดความร่มรื่นสบายตา และในบึงน้ำมีปลาชนิดต่าง ๆหลากหลายพันธุ์ อีกทั้งยังมีเรือจักรยานน้ำ

และเรือพายไว้บริการประชาชนให้พายเล่นในบึงแห่งนี้นอกจากนี้ บึงพลาญชัย ยังใช้เป็นสถานที่จัดงาน เทศกาลของจังหวัด รวมไปถึงการจัดมหรสพต่าง ๆ ภายในจังหวัดอีกด้วย อาจกล่าวได้ว่า บึงพลาญชัย เป็นสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ ของจังหวัดร้อยเอ็ดภายในบึงพลาญชัยยังมีสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจคือ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นสิ่งสักดิสิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวร้อยเอ็ดเคารพนับถือและเชื่อว่าเจ้าพ่อจะช่วยดลบันดาล

ให้ชาวเมืองร้อยเอ็ดมีความสุขความเจริญ คิดสิ่งใดให้สมปรารถนา จึงเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ชาวเมือง ร้อยเอ็ด และนักท่องเที่ยวต่างก็มากราบนมัสการขอพรกันเป็นประจำ พระพุทธรูปปางลีลาขนาดใหญ่กลางสวนดอกไม้ พานรัฐธรรมนูญ และนาฬิกาดอกไม้ ภูพลาญชัย มีลักษณะเป็นน้ำตกจำลองและรูปปั้นสัตว์ต่าง ๆ คล้ายสวนสัตว์ สนามเด็กเล่นและสวนสุขภาพเป็นสวน ออกกำลังกาย เพื่อให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย

การเดินทางไปวัดป่ากุง : เริ่มต้นจากตัวจังหวัดร้อยเอ็ด วิ่งไปตามเส้น อ.วาปีประทุม ประมาณ 20 กม. จะเห็นป้ายไปอ.ศรีสมเด็จให้เลี้ยวขวา ประมาณ 9 กิโลเมตร ก็จะถึงวัดป่ากุง

สำหรับเจดีย์หินทรายวัดป่ากุงแห่งนี้ ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเพราะวัดแห่งนี้ร่มเย็น และเงียบมาก ๆ  จึงเหมาะมากที่จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวในวันหยุดเพื่อพักผ่อนจิตใจให้เงียบสงบลง และยังช่วยเสริมสร้างแหล่งท่องเที่ยวให้มีรายได้ขึ้นมากกว่าเดิมเป็น 10 เท่าก็ว่าได้