วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร วัดที่สวยงามเหลืองอร่ามอลังการ

วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร ถือเป็นวัดที่มีชื่อเสียงในจังหวัดลำพูนมากพอสมควร และยังเป็นวัดที่ร่มเย็นสงบมาก ๆ บรรยากาศในวัดก็ยังดี ผู้คนเป็นมิตร เหมาะสำหรับที่จะมาปล่อยกายปล่อยใจใช้ชีวิตแบบสงบ ยังเป็นวัดที่ประดิษฐานที่สวยงามทรงคุณค่าที่น่าเยี่ยมชม

วัดพระธาตุหริภุญชัย แผนที่

วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร ถือเป็นวัดที่มีชื่อเสียงในจังหวัดลำพูนมากพอสมควร และยังเป็นวัดที่ร่มเย็นสงบมาก ๆ บรรยากาศในวัดก็ยังดี ผู้คนเป็นมิตร เหมาะสำหรับที่จะมาปล่อยกายปล่อยใจใช้ชีวิตแบบสงบ ยังเป็นวัดที่ประดิษฐานที่สวยงามทรงคุณค่าที่น่าเยี่ยมชม จนเป็นที่ที่ผู้คนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

จนถึงปัจจุบันนี้ผู้คนก็เดินทางมาเที่ยวมากมาย เพราะเป็นวัดที่สวยงามใคร ๆ ก็อยากจะมาเที่ยวชมเพื่อกราบไหว้ขอพร เพื่อเป็นมงคลแก่ชีวิต และใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวในวันหยุดก็ควรแวะมาเที่ยวที่วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหารกันบ้างรับรองว่ามาเที่ยวที่นี่จะคุ้มมากมาเที่ยวทั่งทีได้ทั่งบุญถมยังอิ่มอกอิ่มใจเพิ่มขึ้นอีกด้วย

วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร

วัดพระธาตุหริภุญชัย แผนที่

ถ้าหากจะกล่าวถึงเรื่องราวของที่นี่ ครั้งหนึ่งพระเจ้าอาทิตยราช โปรดให้ช่างสร้างปราสาท แล้วปลูกหอจัณฑาคารที่พระบังคน ไว้ใกล้กับปราสาทนั้น โดยพระองค์มิได้ทรงทราบว่าที่นั้น มีพระบรมสารีริกธาตุ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่ เมื่อสร้างเสร็จแล้ว เวลาพระองค์เสด็จไปลงพระบังคนครั้งใด ก็จะมีกาตัวหนึ่งที่เฝ้าอยู่ นั้น บินมาถ่ายมูลต้องพระเศียร กระพือปีกบินโฉบพระเศียรทำกิริยาขับไล่พระองค์ให้ไปพ้น

จากที่นั้น พระเจ้าอาทิตยราช ทั้งทรงพิโรธ ทั้งอัศจรรย์ พระทัย จึงรับสั่งให้ข้าราชบริพาร ช่วยจับกาตัวนั้นมาให้ได้ แต่ทำอย่างไรก็จับกาตัวนั้นไม่ได้ จนพระเจ้าอาทิตยราช ต้องบนบานต่อเทวดาผู้รักษา พระนครให้จับกาตัวตั้น ในที่สุดก็จับได้ แล้วนำไปขังไว้ คืนนั้น ทรงพระสุบินว่า เทพยดามาแจ้งแก่พระองค์ว่า ให้เอาทารกเกิดได้ 7 วัน ไปขังรวมกับกา ทารกได้ฟังเสียงกาทุกวัน ก็จะฟังภาษากาออกครั้งบรรทมตื่นแล้ว

พระเจ้าอาทิตยราช ก็โปรดให้ทำตามที่ทรงพระสุบินทุกประการ เมื่อทารกอายุได้ 9 ขวบ ก็สามารถรู้ภาษา และพูดกับกาได้ พระเจ้าอาทิตยราช ก็โปรดให้ถามสาเหตุที่กาประพฤติต่อพระองค์แต่หนหลัง ก็ทรงทราบว่า บริเวณหอจัณฑา คาร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระบรมศาสดา และกาได้รับคำสั่งให้เฝ้ารักษาสถานที่นี้ จึงได้ทำอาการทักท้วง พระเจ้าอาทิตยราช ทรงเลื่อมใสศรัทธาในพระบรมศาสดา

เป็นอันมาก จึงโปรดให้รื้อหอจัณฑาคาร และขุดดินไม่ดีออกไปทิ้งนอกพระนคร แล้วนำดินดีมาถมปราบพื้น ให้เรียบ แล้วโรยด้วยทราย ตั้งพิธีมณฑลปักราชวัตรฉัตรธง แต่งด้วยดอกไม้หอม และจุดเทียนทำการสักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ทั้งยังป่าว ประกาศชาวเมืองให้มาสักการะบูชาด้วย เมื่อประกอบพิธีสักการะบูชาแล้ว ผอบแวขนาดเท่าปลีกล้วยซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดินให้เห็นเป็นปาฏิหาริย์ทั่วกัน

พระธาตุหริภุญชัย ปีระกา

ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น ต่างปีติยินดีอย่างยิ่ง พระเจ้าอาทิตยราช โปรดให้สร้างพระธาตุ สูง 3 วา เป็นแบบเจดีย์มอญ แล้วสร้าง พระวิหารการเปรียญ มีซุ้มทั้ง 4 ด้าน ครอบโกศทองคำสูง 3 ศอก ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แล้วสร้างพระวิหารการเปรียญ ศาลาน้อยใหญ่ขึ้น ประกอบ จึงกลายเป็นวัดสำคัญประจำพระนคร เสร็จแล้ว โปรดให้จัดงานฉลองใหญ่ โดยเหตุนี้ จึงให้ถือกันในโบราณว่า หากผู้ใดจะปลูกบ้าน สร้างเรือน ในเมืองลำพูนนั้น

จะต้องมีความสูง ไม่เกิน 3 วา เพราะเกรงว่า จะสูงกว่าพระธาตุในรัชกาลพระเจ้าสัพพสิทธิ โปรดให้สร้างโกศทองเสริมต่ออีก 1 ศอก และสร้างมณฑปเสริมต่อพระธาตุขึ้นไปอีก 2 วา กษัตริย์ รัชกาลหลัง ๆ ทรงทะนุบำรุง จนกระทั่งเมืองหริภุญชัย ตกอยู่ในอำนาจของพ่อขันเม็งรายมหาราช พระองค์โปรดให้สร้างมณฑปเสริมต่อพระบรมธาตุขึ้นอีก 10 วา และเอาทองสักโก ทองที่ตีเป็นแผ่น ๆ หุ้มพระธาตุ ตั้งแต่ชานจนถึงยอด

แลดูเหลืองอร่ามงดงาม และต่อมามีการบูรณะปฏิสังขรณ์พระบรมธาตุนี้อีกหลาย ครั้ง ในรัชกาลพระเจ้าติโลกราช เมื่อ พ.ศ. 1986 ได้โปรดให้เสริมพระธาตุเป็น 23 วา ฐานกว้าง 12 วา 2 ศอก ยอดมีฉัตร 7 ชั้น ต่อมาพระเมืองแก้ว ได้ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์ และสร้างระเบียงหอก ซึ่งเป็นรั้วล้อมเมืองแก้ว 500 เล่ม แล้วทรงสร้างวิหารหลวง พ.ศ. 2329 ซึ่งพระเจ้ากาวิละทรงทำการ บูรณะพระบรมธาตุ และทรงสร้างฉัตรหลวงขึ้น 4 มุม

พร้อมกับสร้างฉัตรยอดเจดีย์ด้วยทองคำเป็น 9 ชั้น ฐานพระธาตุเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 10 วา และสร้างรั้วทองเหลืองล้อมรอบองค์เจดีย์ ด้านในองค์พระธาตุเป็นสีทองอร่าม ที่สร้างความสวยงามเหลืองอร่ามยิ่งนัก ยิ่งทำให้วัดแห่งนี้มีความงดงามที่สุด ใครที่ได้วัดแห่งนี้จะถือว่ามีบุญมาก ๆ  เลยทีเดียว ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปเที่ยววัดนี่กันให้ได้ ไม่งั้นจะพลาดความสวยงามนี่ไปแน่นอนต้องไปกราบสักครั้งหนึ่งให้ได้

การเดินทางไปพระธาตุหริภุญไชย

วัดพระธาตุหริภุญชัย ปิดกี่โมง

เดินทางมาบนถนนสายเอเชียมุ่งตรงมายังตัวจังหวัดลำพูนพอถึงตัวเมืองก็ใช้เส้นทาง ถนนเจริญราษฎร์ วัดตั้งอยู่ติดริมถนนหาง่ายหลังจากนั้น ก็เดินทางกลับมาไหว้พระนางจามเทวีโดยใช้ถนนเส้นเดียวกัน เดินทางโดยรถประจำทางมีรถประจำทางวิ่งจากกรุงเทพเข้าตัวเมืองลำพูนทุกวัน จากนั้นก็ใช้บริการรถท้องถิ่นเข้าไปยังตัววัด

สำหรับวัดแห่งนี้ก็มีชื่อเสียงมากที่ผุ้คนจากทั่วสาระทิศให้ความสำคัญและแวะเวียนมาเที่ยวสถานที่แห่งนี้กันอย่างแพร่หลาย และใครที่ได้มาเยือนวัดแห่งนี้จะประทับใจกันทุกคน เพราะมาเที่ยวที่วัดแห่งนี้ไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะมาเที่ยวด้วย ได้ทำบุญด้วย ถือว่าลงตัวมาก ๆ