สะพานท่าปาย ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานของแม่ฮ่องสอน !!!

สะพานท่าปาย กำลังเป็นที่เที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องเราขอแนะนำ ที่มีประวัติศาสตร์ที่เป็นมาอันยาวนาน และในปัจจุบันก็ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาถ่ายรูปบนสะพานนี้บ้าง มาชมธรรมชาติ และยังมีร้านค้าร้านกาแฟคอยไว้ให้บริการกับนักเที่ยวที่เดินทางมาเยือนอีกด้วย รับรองว่าใครไม่ได้มาเยือนถือว่าพลาดที่นี่ไปมาก ซึ่งในปัจจุบันการเดินทางมาเที่ยวก็สะดวกและง่ายเลยทีเดียว

หมู่บ้านจีนยูนานปาย

สะพานท่าปาย กำลังเป็นที่เที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องเราขอแนะนำ ที่มีประวัติศาสตร์ที่เป็นมาอันยาวนาน และในปัจจุบันก็ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาถ่ายรูปบนสะพานนี้บ้าง มาชมธรรมชาติ และยังมีร้านค้าร้านกาแฟคอยไว้ให้บริการกับนักเที่ยวที่เดินทางมาเยือนอีกด้วย รับรองว่าใครไม่ได้มาเยือนถือว่าพลาดที่นี่ไปมาก ซึ่งในปัจจุบันการเดินทางมาเที่ยวก็สะดวกและง่ายเลยทีเดียว ไม่เหมือนสมัยก่อนการเดินทางยากลำบาก

และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจค่อนข้างมาก สำหรับคนที่รักธรรมชาติชอบวิวสวย ๆ บนสะพานแห่งนี้ยิ่งต้องมาเที่ยวที่นี่กันให้ได้ เพรารับรองว่ามาเที่ยวที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน แถมยังจะสร้างสีสันให้ชีวิตมีความสุขที่ได้ออกมาเจอความสุขที่สวยงามของที่นี่กัน และยังมีที่เที่ยวบริเวณใกล้กับสะพานแห่งนี้อีกด้วย

สะพานท่าปาย

เที่ยวปาย

ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทหารประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงเสบียงและอาวุธข้ามแม่น้ำปาย เข้าไปยังประเทศพม่า มีประวัติความเป็นมาดังนี้

พ.ศ. 2482 ความขัดแย้งเกิดขึ้นในวงกว้าง ครอบคลุมเกือบทุกประเทศ และทุกทวีป เกิดเป็นมหาสงครามโลกครั้งที่ 2 ของโลก

พ.ศ. 2484 ญี่ปุ่นประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร และได้เคลื่อนกำลังพลเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย เพื่อลำเลียงเสบียงอาหารและยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ โดยผ่านจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเข้าโจมตีประเทศพม่า เมืองขึ้นของประเทศอังกฤษในขณะนั้น) แต่ด้วยการเดินทัพอันยากลำบาก บนเส้นทางที่เป็นหุบเหว และมีลำน้ำปายขวางกั้นกองทหารญี่ปุ่นจึงได้เกณฑ์ชาวไทยจากหมู่บ้านต่าง ๆ ให้ขุดถางเส้นทางจากจังหวัดเชียงใหม่

ไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยจ่ายเป็นค่าจ้างแรงงานต่อคนวันละ 50 สตางค์ – 1.50 บาท ในขณะเดียวกันชาวบ้านอีกฝั่งหนึ่งจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็ถูกเกณฑ์ว่าจ้างให้ขุดถางเส้นทางมุ่งหน้าไปจังหวัดเชียงใหม่ โดยมาบรรจบกันที่ฝั่งแม่น้ำ บริเวณบ้านท่าปาย อำเภอปายแล้วจึงร่วมแรงกันใช้ช้างลากไม้ใหญ่หน้า 30 นิ้ว ออกจากป่าตั้งเป็นเสาสร้างขึ้นเป็นสะพานบรรจบทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกันเหนือแม่น้ำปาย กลายเป็นเส้นทาง

และสะพานแห่งประวัติศาสตร์สงครามพ.ศ. 2489 สงครามโลกสิ้นสุดลง กองทหารญี่ปุ่นได้ถอยทัพกลับ และทำการเผาสะพานไม้ทิ้ง ส่งผลให้ชาวเมืองที่เคยใช้สะพานร่วมกับทหารญี่ปุ่นต่างเกิดความไม่สะดวกที่ต้องกลับไปใช้วิธีโดยสารทางเรือซึ่งขุดจากไม้ซุงเพื่อข้ามฟาก ชาวบ้านซึ่งเคยชินกับการใช้สะพานข้ามลำน้ำ ต่างได้ร่วมแรงกันสร้างสะพานไม้ขึ้นมา เพื่อใช้ข้ามแม่น้ำปายอีกครั้ง

พ.ศ. 2516 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในเดือนสิงหาคม ส่งผลขั้นรุนแรง ทำลายเรือกสวนไร่นาเสียหาย รวมทั้งน้ำป่าได้พัดสะพานไม้หายไปทางอำเภอปายจึงได้ทำเรื่องขอสะพานเหล็ก “นวรัฐ” เดิมของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขณะนั้นไม่ได้ใช้การแล้ว นำมาใช้แทนสะพานไม้ที่ถูกกระแสน้ำพัดทำลายไป

พ.ศ. 2518 สะพานนวรัฐจากจังหวัดเชียงใหม่ ได้ถูกทยอยขนย้ายขึ้นมาประกอบใช้ใหม่ ที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

พ.ศ. 2519 หลังจากนั้น 1 ปีเต็ม จึงได้ประกอบขึ้นจนแล้วเสร็จ เป็นสะพานประวัติศาสตร์ท่าปายในปัจจุบันนี้นั่นเอง เพื่อให้ผู้คนรุ่นหลังได้มาเที่ยวมาชมสถานที่แห่งนี้กันว่ามีอะไรเคยเกิดขึ้นที่นี่ และมาเป็นสะพานที่มีประวัตินี้ได้อย่างไร

ข้อมูลทั่วไป

สะพานประวัติศาสตร์ปาย ประวัติ

สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านท่าปาย ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก่อนถึงตัวอำเภอปาย ประมาณ 10 กิโลเมตร บนเส้นทางหมายเลข 1095 ถือเป็นหน้าด่านของอำเภอปายสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย มีลักษณะคล้ายกับสะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี ที่เป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นใช้เป็นเส้นทางเดินทัพจากเชียงใหม่ ผ่านอำเภอปายไปยังประเทศพม่า

ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นสะพานไม้ ภายหลังสงครามสิ้นสุดทหารญี่ปุ่นถอยทัพกลับได้เผาทำลายสะพานไม้ทิ้ง และชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง จนกระทั่งปี พ.ศ. 2516 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ สะพานถูกน้ำพัดหายไป ทางอำเภอจึงได้ขอสะพานเหล็ก “นวรัฐ” เดิมของจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งขณะนั้นไม่ได้ใช้การแล้วมาใช้ทดแทน ซึ่งก็คือ “สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย” ในปัจจุบันปัจจุบันจะมีสะพานปูนสร้างอยู่เคียงข้าง

แต่สะพานประวัติศาสตร์เก่าแก่แห่งนี้ก็ยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ที่มาเยือนอำเภอปายอยู่เป็นประจำ โดยแต่เดิมนั้นเป็นเหล็ก และทางเดินไม้ที่ทรุดโทรม ไม่สามารถเดินได้ แต่ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงใหม่นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปบนสะพานเพื่อชมวิว และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้ใกล้กับสะพานจะมีรีสอร์ทที่พักต่าง ๆ ร้านกาแฟ (Coffee Tea Sapan) สำหรับนั่งเล่นและชมวิว มีร้านค้าขายของข้างทางทั้ง 2 ฝั่ง นอกจากนี้ยังมีท่าแพที่ให้บริการล่องแพอีกด้วย

ที่เที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ถนนคนปาย

สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย ภาษาอังกฤษ

หรือ ถนนคนเดินปาย เริ่มจากการวางแผงสินค้าที่ระลึกเล็ก ๆ ของชาวบ้านในอำเภอปาย และสินค้าพื้นเมืองประเภทหัตถกรรมต่าง ๆ ของชาวเขาในอดีตไม่ได้มีนักท่องเที่ยวและร้านต่าง ๆ มากมายเหมือนปัจจุบัน แผงแบกะดินส่วนใหญ่จะอาศัยแสงไฟจากไฟถนน บางครั้งก็อาศัยแสงจากตะเกียงหรือแสงเทียน มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่มากซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติจากร้านรวงแผงเล็กแผงน้อยไม่กี่ร้านที่ขนานไปกับถนน

มีแสงเทียนเรียงรายสาดส่องเป็นทางยาว เป็นบรรยากาศสบายๆ ที่ชวนหลงใหล ให้ความเพลิดเพลินกับนักท่องเที่ยวที่มาปล่อยอารมณ์ ปัจจุบันถนนคนเดินสายนี้ค่อยๆ เติบโตขึ้น พร้อมกับกระแส “ใคร ๆ ก็มาเที่ยวปาย” ที่แรงจนยั้งไม่อยู่ ร้านรวงและแผงต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นมากมาย เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวที่หนาตาขึ้น จนกลายเป็นหนาแน่นในช่วงเทศกาล

ศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน บ้านสันติชล

สะพานท่าปาย ภาษาอังกฤษ

นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในจีนแผ่นดินใหญ่ ในปีพ.ศ. 2493 เป็นต้นมา ชาวจีนนับแสนคนได้อพยพหลบหนีออกนอกประเทศเพื่อหาสถานที่อยู่ใหม่ โดยบรรพบุรุษของคนในหมู่บ้านสันติชลส่วนใหญ่อพยพมาจากมณฑลยูนนาน ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของประเทศจีนหมู่บ้านสันติชล เดิมชื่อบ้านน้ำฮูจีน (หนั่งฝู่ชวิน) เป็นหมู่บ้านบริวารของบ้านน้ำฮู มี 3 หย่อมบ้าน คือ บ้านน้ำฮูจีน น้ำฮูพื้นราบหรือน้ำฮูไทยใหญ่ และน้ำฮูลีซอ

ภายหลังในปีพ.ศ. 2535 พันเอกปัญญา เทพวัลย์ ผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ 5 กรมทหาราบที่ 7 ร่วมกับทหารในหน่วยงาน และชาวบ้านในหมู่บ้านช่วยกันพัฒนาหมู่บ้าน ทำระบบประปาภูเขา และเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านใหม่เป็น บ้านสันติชลหมายถึงแม่น้ำแห่งสันติปัจจุบันศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนานบ้านสันติชล (หมู่บ้านจีนยูนนาน) ได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนปายต้องแวะมาที่นี่

การเดินทางไปสะพานท่าปาย

สะพานท่าปาย ประวัติ

รถยนต์ : ถ้ามาจากเชียงใหม่ มุ่งหน้าเข้าปาย จะผ่านสะพานแห่งนี้ก่อนเข้าเมือง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 88 จะอยู่ทางขวามือ

รถโดยสาร : รถโดยสารที่มาจากเชียงใหม่ไปยัง อ.ปาย จะผ่านสะพานประวัติศาสตร์ ท่าปาย ทุกคัน

คิดได้กันยังเอ่ยว่าจะไปเที่ยวไหนถ้าผ่านไปแถวแม่ฮ่องสอนนั่นก็อย่าลืมแวะชมความสวยงามของสะพานท่าปายกันด้วย เพราะใครที่ไปแล้วไม่ได้ไปแวะถือว่าพลาดโอกาสที่ดีที่สุด ที่จะได้ไปถ่ายรูปเซลฟี่อวดเพื่อนกัน ว่าเคยมาสถานที่แห่งกันแล้ว อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตก็ต้องมาให้ได้